9

ต้องชนะเพื่อไล่บี้เรือใบ! เจาะ 5 ข้อก่อนเกมลิเวอร์พูล เยือน เชลซี

ลิเวอร์พูล กับ เชลซี มีคิวต้องพบกันเองในเกมพรีเมียร์ลีก ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคมนี้ โดยงานนี้ทั้งสองสโมสรมีปัญหารุมเร้าทั้งในและนอกสนาม อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องพยายามที่จะเอาชนะกันให้ได้ เพื่อที่จะได้ทำแต้มกลับไปไล่บี้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้ง กระนั้นแมตช์นี้ “หงส์แดง” เจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ, ติดโควิด และติดโทษแบน ขณะที่ “สิงห์บูลส์” เจอปัญหาจากการให้สัมภาษณ์ของ โรเมลู ลูกากู ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามัคคีภายในทีมก็ได้ 

1. ปัญหาการขาดขุมกำลัง

   ลิเวอร์พูล ต้องประสบกับปัญหาขาดผู้เล่นใช้งานในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ โดยเฉพาะในการเยือน เชลซี เพราะมีนักเตะหลายคนที่มีปัญหาบาดเจ็บ, ติดโควิด และโดนโทษแบนในเกม “บิ๊กแมตช์” ต้อนรับปีขาล

     ติอาโก้ อัลกันทาร่า ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บที่สะโพกทำให้เขาพลาดลงสนามในเกมที่แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่ ทาคุมิ มินามิโนะ ก็ยังไม่พร้อมลงเล่นเช่นเดียวกับ แนต ฟิลลิปส์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ และ ดิว็อค โอริกี้ 

     ยังไม่หมดแค่นั้นล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งออกมายืนยันว่ามีนักเตะของ “หงส์แดง” ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สามราย โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ทั้งสามคนจะพลาดการลงสนามยกเว้นพวกเขาจะมีผลการตรวจพีซีอาร์เป็นลบเท่านั้น 

     ส่วนที่น่ากังวลก็คือ อลิสซง เบ็คเกอร์ กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไม่ได้ลงซ้อมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าทั้งสองคนมีปัญหาอะไรถึงไม่ได้ซ้อม ขณะที่ในรายของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยังติดโทษแบนจากใบแดงในเกมเสมอ สเปอร์ส 
 

2. ผลกระทบจากคำพูดของ ลูกากู

 ด้าน เชลซี ตอนนี้เกิดคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่หลังการให้สัมภาษณ์ของ โรเมลู ลูกากู ที่ออกมายอมรับกับสื่อว่าไม่มีความสุขกับสถานการณ์ในทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” และไม่ชอบระบบการเล่นของ โธมัส ทูเคิ่ล

     ที่สำคัญ กองหน้าชาวเบลเยียม ยังพูดจาแบบเป็นนัยว่าอยากจะกลับไปเล่นที่อิตาลีอีกครั้ง และต้องการหวนคืนสู่ทัพ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ในอนาคต แน่นอนว่าการลั่นวาจาแบบไม่ดูเวล่ำเวลาอย่างนี้ทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงภายในสโมสรทันที

     ทูเคิ่ล เพิ่งจะประกาศผ่านสื่อว่าไม่พอใจกับการกระทำของ ลูกากู อย่างมาก และไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะมาพูดอะไรที่ทำให้ขวัญกำลังใจของทีมเสียหายแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ “สิงห์บลูส์” ยังอยู่ในการลุ้นแชมป์ลีก 

     การออกมาแสดงความเห็นของ ลูกากู สร้างความไม่พอใจให้กับสาวก “สิงห์บลูส์” และ ทูเคิ่ล อย่างมาก แต่งานนี้นักเตะอาจจะยังไม่โดดลงทัณฑ์เนื่องจากทีมต้องการใช้งานเขาในแมตช์รับมือ “หงส์แดง” แต่คาดว่าหลังจากนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แน่นอน
 

3. ผลงาน มาเน่ อยู่ในช่วงมาคุอย่างแท้จริง

    ตอนนี้นักเตะที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ฟอร์มตกอย่างแรงคงหนีไม่พ้น ซาดิโอ มาเน่ เพราะเขาไม่สามารถผลิตผลงานชั้นยอดออกมาได้เลยในช่วงที่ผ่านมา และนั่นส่งผลกระทบอย่างแรงกับทัพ “เดอะ เร้ดส์” ในการเจาะตาข่ายคู่แข่ง

     ดาวยิงชาวเซเนกัล ไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย หรือทำแอสซิสต์ได้เลยจากการลงสนาม 9 แมตช์หลังสุด หรือนับตั้งแต่ที่ช่วย ลิเวอร์พูล ไล่ทุบ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล 4-0 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

     งานนี้ คล็อปป์ จำเป็นต้องกระตุ้นฟอร์ม และความมั่นใจของ มาเน่ กลับคืนมาให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันนักเตะก็ต้องการสร้างผลงานสุดประทับใจให้สาวก “เดอะ ค็อป” ได้เห็นก่อนที่เขาจะเดินทางกลับไปรับใช้ชาติบ้านเกิดในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ หลังจบแมตช์กับ เชลซี

     สิ่งสำคัญตอนนี้ก็คือ มาเน่ ต้องปรับจูนเรื่องการยิงประตู และความเชื่อมั่นในการเล่นให้มากขึ้น เพราะหลายแมตช์ที่เขาสร้างสรรค์โอกาสได้ดี แต่ขาดแค่การจบสถอร์ที่เฉียบคมเท่านั้น ซึ่งนี่เป็นจุดด้อยของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้
 

4. แมตช์สั่งลาแข้งแอฟริกันก่อนเดินทางไปช่วยชาติ

    เกมเยือนถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นแมตช์ส่งท้ายสำหรับ 3 นักเตะ “หงส์แดง” และ 1 แข้ง “สิงห์บลูส์” เพราะพวกเขาจะต้องเดินทางกลับไปรับใช้ทีมชาติในการทำศึกชิงแชมป์ลูกหนังแห่งดินแดนกาฬทวีป

     โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (อียิปต์), ซาดิโอ มาเน่ (เซเนกัล) และ นาบี เกอิต้า (กีนี) จะต้องนั่งเครื่องไปที่ประเทศแคเมอรูน เจ้าภาพจัดศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ซึ่งจะเปิดฉากฟาดฟันกันในวันที่ 9 มกราคมนี้ ในขณะเดียวกับทีมเจ้าบ้านก็มี เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารจอมหนึบที่ต้องไปช่วยทีมชาติเซเนกัล
 
     งานนี้ทั้ง คล็อปป์ และ ทูเคิ่ล คงจะใช้งานแข้งกาฬทวีปทั้งสี่คนในแมตช์นี้ โดยคาดหวังให้พวกเขาโชว์ฟอร์มให้ดีที่สุดเพื่อช่วยทีมก่อนจะเก็บเสื้อผ้าเหินฟ้ากลับไปยังทวีปแอฟริกาเพื่อทำศึกใหญ่ระดับประเทศ
 

5. ต้องชนะทั้งสองทีมเพื่อกดดันแมนฯ ซิตี้

     สถานการณ์ในเวลานี้ทั้ง ลิเวอร์พูล และ เชลซี ต้องการชัยชนะอย่างมาก เนื่องจากพวกเขาต้องพยายามไล่บี้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงที่ทำผลงานได้อย่างร้อนแรง ไม่มีทีท่าว่าจะเพลาเครื่องแม้แต่นิดเดียว

     จากตารางคะแนนในเวลานี้ “เรือใบสีฟ้า” มี 50 คะแนนนำหน้า “สิงโตน้ำเงินคราม” 8 คะแนน และ ลิเวอร์พูล 9 แต้ม ฉะนั้นแมตช์นี้ทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถึงกับฉีกยิ้มที่โปรแกรมมันช่างเอื้อให้กับพวกเขาจริง เพราะคู่แข่งโดยตรงต้องมาตัดแต้มกันเอง

     แน่นอนว่าทั้ง เชลซี และ “หงส์แดง” ต้องการชัยชนะอย่างมาเพื่อเข้าสู่โหลดการไล่บี้แบบหายใจรดต้นคอ แมนฯ ซิตี้ ในขณะเดียวกันหากทีมใดพลาดท่าพ่ายแพ้ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อฟอร์มการเล่นหลังจากแมตช์นี้ด้วย

     สำหรับ แมนฯ ซิตี้ คงอยากให้ทั้งสองทีมทำได้เพียงเสมอเท่านั้น  เพราะนั่นจะทำให้การไล่จี้พวกเขาห่างไกลเข้าไปอีก อย่างไรก็ตามด้วยการที่สถานการณ์ของทั้งสองทีมบีบบังคับให้พวกเขาต้องชนะ งานนี้แฟนบอลคงได้เห็นการเล่นเกมรุกที่มันดุเดือดชัวร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This error message is only visible to WordPress admins

Error: No connected account.

Please go to the Instagram Feed settings page to connect an account.